Madamemlamode Blog

หุ้นจ่ายปันผลเยอะๆ ดีจริงหรือ?

มีหุ้นอยู่ประเภทหนึ่ง ที่มีนักลงทุนจำนวนมากให้ความสนใจ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการกระแสเงินสดไว้ใช้จ่าย เช่น นักลงทุนเต็มเวลา นักลงทุนวัยเกษียณ นักลงทุนที่เทียบผลตอบแทนการลงทุนกับดอกเบี้ยธนาคาร หุ้นประเภทนั้นคือ “หุ้นที่จ่ายปันผลสูงๆ” ซึ่งพอดีตอนนี้ตรงกับช่วงเวลาจบไตรมาส 1 ขึ้นต้นไตรมาส 2 ในทางปฏิทินหุ้นถือกันว่าเป็นเทศกาล “จ่ายปันผล” นั่นเอง ก็มีตั้งแต่การประชุมผู้ถือหุ้น ขออนุมัติจ่ายปันผล ประกาศจ่ายปันผล กำหนดวัน XD และการจ่ายปันผลจริงๆ สล็อตออนไลน์ นักลงทุนบางคน พุ่งเข้าตลาดหุ้นและเลือกซื้อหุ้นที่ปันผลสูงก่อนวัน XD เพื่อหวังกินเงินปันผล… บางคนเลือกซื้อหุ้นที่เพิ่งจ่ายปันผลเยอะๆหลังวัน XD เพื่อเก็บหุ้นที่ราคาถูกลง… และบางคนมองว่าหุ้นปันผลสูงมีไว้ครอบครองระยะยาว ไม่ขาย ต้องเก็บกินปันผลนานๆ แนวห่านทองคำ...

เทคนิค Screen หุ้นเมกะเทรนด์

อุตสาหกรรมใดจะโตยาวนานเป็น “เมกะเทรนด์”?หุ้นตัวไหนจะได้ประโยชน์มากที่สุดจากแนวโน้มนั้น?และราคาหุ้นนั้นยังเหมาะสมสำหรับการลงทุนหรือไม่?เป็นคำถามยอดฮิตสำหรับการลงทุนระยะยาว บทความนี้ไม่ได้ตอบคำถามข้างต้นโดยตรง แต่จะพยายามจะสอนวิธี “ตกปลา” แทนที่จะให้ปลาโดยตรง แรกสุด ลองย้อนกลับไปดูเบื้องหลังการค้นหาหุ้นเมกะเทรนด์โดยใช้แนวคิดการวิเคราะห์หุ้นแบบ Top-Down ที่ช่วยจำกัดขอบเขตการวิเคราะห์ให้แคบลง ประหนึ่งนักลงทุนมีมุมมองแบบนกที่บินสูง จึงมองภาพกว้างได้ดีกว่า สล็อตออนไลน์ จากนั้น ค่อยทุ่มสรรพกำลังลงไปค้นหาหุ้นในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เข้าเงื่อนไขเป็นเมกะเทรนด์ เนื่องจากเป็นไปไม่ได้เลยที่นักลงทุนคนหนึ่งจะติดตามพัฒนาการของทุกบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีมากกว่า 600 บริษัท เมื่อผนวกกับแนวคิดการวิเคราะห์แบบ Bottom-Up ที่ช่วยวิเคราะห์แบบเจาะลึกทั้งข้อมูลเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ รวมถึงเชิงเปรียบเทียบของหุ้นทุกตัวในอุตสาหกรรม จะช่วยคัดกรองหุ้นผู้ชนะในระยะยาวที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เป็นเมกะเทรนด์ รวมถึงประเมินมูลค่าหุ้นที่เหมาะสมสำหรับการเข้าลงทุนอีกด้วย บทความนี้แบ่งเป็นหลายส่วน เริ่มด้วยการวิเคราะห์ Top-Down เพื่อค้นหาอุตสาหกรรมที่โตต่อเนื่องเป็นเมกะเทรนด์ จากนั้นจะต่อยอดโดยใช้การวิเคราะห์แบบ Bottom-Up เพื่อค้นหาหุ้นผู้ชนะในแต่ละอุตสาหกรรม เริ่มด้วยการทำความรู้จักกับเมกะเทรนด์ก่อน เมกะเทรนด์...

มือใหม่… ฝึกวิเคราะห์ค้นหาหุ้น Growth Stock

ประมาณปลายๆ ทศวรรษ 1990 เป็นยุคของกิจการเทคโนโลยีที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเป็นที่หมายปองของนักลงทุนทั่วโลก ราคาหุ้นปรับขึ้นรวดเร็วราวติดจรวดจนกลายเป็นหุ้นที่ถูกขนานนามว่า “หุ้นเติบโต หรือ Growth Stock” แต่นั่นก็ไม่ได้ความว่านักลงทุนทุกคนจะประสบความสำเร็จ เพราะขึ้นชื่อว่าผลตอบแทนงามๆย่อมมาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นตามไปด้วย หุ้นเติบโต ส่วนใหญ่เกิดจากธุรกิจที่กำลังขยายกิจการ ใช้เงินลงทุนในแต่ละปีค่อนข้างสูง และเงินลงทุนมักจะเป็นเงินที่กู้ยืมจากสถาบันการเงิน ซึ่งตามทฤษฎีแล้วยอดขายและกำไรของบริษัทเหล่านี้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว สล็อตออนไลน์ และเมื่อได้กำไรก็จะนำไปลงทุนหรือขยายธุรกิจต่อไป ดังนั้น ผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจะเป็นตัวผลักดันให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วตามไปด้วย นักลงทุนที่กำลังมองหาหุ้นเติบโตอาจจะสงสัยว่ามีวิธีการคัดกรองหุ้นอย่างไร? โดยรวมแล้วหนีไม่พ้นการมองและแสดงความกังวลกับศักยภาพการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต รวมถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพการบริหารงานของบริษัท รวมถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมนั้นๆ นั่นหมายความว่า หากจะประสบความสำเร็จกับการลงทุนในหุ้นเติบโต ก็คือ ให้มองไปที่ยอดขาย กำไร ความสามารถที่ราคาหุ้นจะเพิ่มขึ้นในวันข้างหน้ามากกว่าการเลือกหุ้นเติบโตจากหุ้นที่มีราคาต่ำ เมื่อมองกันแบบนี้ หุ้นเติบโตจึงมักจะมีค่า P/E...

มือใหม่ลงทุนต้องรู้จักหยุดการขาดทุน

นักลงทุนมือใหม่หลายคนเมื่อเริ่มต้นลงทุนมักจะมีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหุ้นเป็นของตนเอง บางคนอาจจะถนัดที่ใช้ปัจจัยพื้นฐานเป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกหุ้น บ้างก็ถนัดที่จะใช้ปัจจัยเทคนิคเป็นเครื่องมือหลักเพื่อจับจังหวะการทำกำไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นความถนัดเฉพาะตัวที่ไม่มีกฎเกณฑ์ใดตายตัวสำหรับนักลงทุนแต่ละท่าน แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นสิ่งสำคัญที่นักลงทุนทุกคนควรจะต้องรู้และปฏิบัติตามอย่างมีวินัยนั่นคือเรื่องของการหยุดการขาดทุนไม่ว่าจะด้วยวิธี “Stop Loss” หรือ “Cut Loss” นั่นเอง สล็อตออนไลน์ Warren Buffett นักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่ มีกฏเกณฑ์ในการลงทุนที่เคร่งครัด และ เขามักจะบอกกฏเหล่านี้ของเขาให้แก่นักลงทุนอยู่เสมอ นั่นคือ กฎข้อที่ 1 ของการลงทุน คือ ห้ามขาดทุน (Never lose money) และกฎข้อที่ 2 คือ อย่าลืมกฎข้อที่ 1 (Never forget...

วัฏจักรตลาดหุ้น

ผู้เขียนได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ทิสโก้ เกี่ยวกับวัฏจักรตลาดหุ้น ซึ่งคุณไพบูลย์เชื่อว่าเรื่องดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะหากนักลงทุนเข้าอกเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดีแล้ว จะลดความกังวลเกี่ยวกับสภาวะตลาดลงไปได้ และอาจจะไม่ต้องนั่งเฝ้าหน้าจอเพื่อลุ้นราคาหุ้นแบบวันต่อวัน ดังนั้น หากนักลงทุนเข้าใจวัฏจักรตลาดหุ้นจะทำให้เข้าใจตลาดหุ้น และลงทุนได้อย่างมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น สล็อตออนไลน์ สำหรับวัฏจักรตลาดหุ้นในมุมมองของคุณไพบูลย์นั้นมี 4 ช่วงด้วยกันคือ 1.The Great Bond Bull Market ยุคทองของตลาดตราสารหนี้ ยกตัวอย่าง นับตั้งแต่เกิดวิกฤติซับไพร์ม อัตราดอกเบี้ยทั่วโลกปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงประมาณปี 2009 – 2011 หากนักลงทุนลงทุนในตราสารหนี้ จะได้ผลกำไรส่วนต่างจากราคา (capital gain)...

บัญญัติ 4 ประการสำหรับนักลงทุนมือใหม่

ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ยังมีนักลงทุนบางคนที่ตัดสินใจซื้อขายหุ้นเพียงแค่คำว่า “ซื้อตัวไหน” และ “ขายตัวไหน” ถ้าไม่ถามมาร์เก็ตติ้ง นักวิเคราะห์ ก็ถามเพื่อนๆ โดยที่ไม่สนใจใยดีเลยว่า… · หุ้นที่ซื้อหรือขายนั้น ทำธุรกิจอะไร? · ผู้บริหารเป็นใคร? · ธุรกิจมีการเติบโตมากน้อยแค่ไหน? · ปีนี้กำไรหรือขาดทุน ? สล็อตออนไลน์ พูดง่ายๆ คือไม่อ่านข้อมูลทางด้านปัจจัยพื้นฐานและปัจจัยทางเทคนิคเลยแม้แต่น้อย หากเป็นเช่นนี้ ผลลัพธ์การลงทุนในระยะยาวคง “ล้มเหลว” มากกว่า “ประสบความสำเร็จ” อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังไม่สายหากจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นนักลงทุนที่มีคุณภาพและประสบความสำเร็จ เพียงแต่เริ่มต้นให้ดี… ซึ่งนักลงทุนบางคนอาจจะมีคำถามว่า “จะให้เริ่มต้นอย่างไร?” คำตอบก็คือ หากไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ลองศึกษาเกี่ยวกับ “อัตราส่วนทางการเงิน”...

Sentiment ของการลงทุนคืออะไร

ในการตัดสินใจลงทุนในหุ้น สิ่งที่ควรจะต้องพิจารณา คือการมององค์ประกอบโดยรวม (Sentiment) ณ ช่วงเวลานั้น ว่ามีบรรยากาศเอื้ออำนวยหรือส่งผลบวกต่อโอกาสในการลงทุนหรือไม่ ซึ่งอาจจะเป็นองค์ประกอบจากปัจจัยทางมหภาค เช่น ทิศทางของตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศ กระแสเคลื่อนไหวของเงินทุนจากต่างชาติ (Fund Flow)สภาพคล่องภายในประเทศ สภาวะเศรษฐกิจ ดัชนีความเชื่อมั่นในการลงทุน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค และองค์ประกอบทางด้านจิตวิทยาทางการลงทุนว่าช่วงเวลานั้นนักลงทุนมีความมั่นใจในการลงทุนมากน้อยแค่ไหน ถ้าจะเปรียบเทียบเพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น เราอาจจะเปรียบเทียบว่าเราจะตัดสินใจลงทุน ณ เวลาใดเวลาหนึ่งหรือไม่นั้น เหมือนกับเหตุการณ์ในขณะที่เราจะตัดสินใจว่าเราจะล่องเรือไปเที่ยวชมความสวยงามของทะเลและเกาะต่างๆ ถ้าวันนั้นสภาพอากาศดีท้องฟ้าแจ่มใส ไม่มีเมฆฝน คลื่นลมในทะเลสงบ ทุกคนคงอยากรีบลงเรือ และรู้สึกสบายใจไม่มีความกังวลใดๆ แต่ถ้าขณะนั้นฝนตกหนัก คลื่นลมแรงมาก ก็คงจะไม่มีใครอยากก้าวลงเรือ หรือถ้าจำเป็นต้องลงก็คงลงไปแล้วมีแต่ความกังวลใจในเรื่องความปลอดภัย การลงทุนก็เช่นเดียวกัน ถ้าบรรยากาศโดยรวมในการลงทุน ณ...

หุ้นไทย 1,600 จุด แพงไปหรือยัง?

ปี 2559 ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนสูงสุดอันดับ 3 ของโลก ที่ระดับ 19.79% เป็นรองแค่ตลาดหุ้นบราซิลและรัสเซีย จากบรรยากาศสดใสดังกล่าวทำให้นักลงทุนมองโลกในแง่ดีว่า ตลาดหุ้นไทยปีนี้จะยังคงสร้างผลตอบแทนไม่ต่างไปจากปีที่แล้ว แต่จากปัจจัยหลายๆ อย่างที่ยังคงไม่ชัดเจน อาจต้องทบทวนกับกลยุทธ์การลงทุนอีกครั้ง เพราะการ“ซื้อ” แล้ว “ชิลล์” อาจจะใช้ไม่ได้กับหุ้นไทยในปีนี้ ไม่ว่าตลาดหุ้นจะอยู่ในสภาวะแบบไหน นักลงทุนต้องเตรียมพร้อมตลอดเวลาเพื่อทำให้การลงทุนประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะช่วงตลาดปรับขึ้นต่อเนื่องและกำลังใกล้ถึงเป้าหมายต้องเพิ่มความระมัดระวัง เพราะประโยค “ยิ่งสูง ยิ่งหนาว” ใช้ได้ดีกับตลาดหุ้น ปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนรายย่อยเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นเพิ่มมากขึ้น เพราะมองว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีเหมือนเดิม แต่การที่เข้ามาช้ากว่านักลงทุนอื่นๆ ย่อมมีต้นทุนสูงกว่า สล็อตออนไลน์ “นักลงทุนต้องระมัดระวังเพิ่มขึ้น เพราะหากตลาดผันผวน นักลงทุนที่มีต้นทุนต่ำ เมื่อขายออกมายังมีกำไร แต่ถ้ามีต้นทุนสูงก็อาจจะขาดทุน”...

เทคนิคเอาตัวรอดจากตลาดผันผวน

เมื่อไรก็ตามที่ใครๆ พูดถึงแต่เรื่องการลงทุนในหุ้น หรือสภากาแฟยามเช้าสนทนาเกี่ยวกับหุ้น นั่นหมายถึงว่าเราควรเพิ่มความระมัดระวังกับการลงทุน ถึงแม้ว่าภาพรวมตลาดหุ้นยังคงมีทิศทางเป็นขาขึ้น หรือแม้ว่าจะมีแต่ข่าวดี แต่เนื่องจากทุกคนถือหุ้นกันหมดแล้ว ดังนั้น ตลาดจึงอาจจะขยับขึ้นได้เพียงเล็กน้อย และอาจจะเกิดการเก็งกำไรเพิ่มมากขึ้น หากบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นเป็นแบบนี้ John J. Riley, AIF® Chief Investment Strategist & Registered Research Analyst ของ Cornerstone Investment Service กล่าวว่าตลาดมีโอกาสปรับลดลง และสมมติว่าหากตลาดผันผวนและดัชนีหุ้นปรับลดลง นักลงทุนจะต้องวางกลยุทธ์ก่อนที่เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นเพื่อลดความเสี่ยง สล็อตออนไลน์ “สิ่งหนึ่งที่นักลงทุนควรรู้ ก็คือ ความผันผวนของตลาดจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ซึ่งสัญญาณที่จะบอกเราได้ก็คือ...

ถัวเฉลี่ยหรือทีเดียว ได้หมดถ้าสดชื่น

มีการตั้งคำถามกันมานานเกี่ยวกับวิธีการลงทุน ระหว่างการใช้วิธีการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (Dollar Cost Averaging: DCA) กับลงทุนแบบครั้งเดียว (Lump Sum) แบบไหนจะดีต่อใจมากกว่า คำตอบที่ได้ยินมาก็ยังเหมือนเดิม นั่นคือ ลงทุนวิธีไหนก็ได้แต่ขอให้มีวินัย มีความเหมาะสมกับสไตล์การลงทุนตัวเอง เข้าอกเข้าใจเรื่องความเสี่ยงและผลตอบแทนเท่านี้จะประสบความสำเร็จมากกว่าล้มเหลว แนวคิดพื้นฐานของวิธีการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน คือ การใช้เงินลงทุนในจำนวนเท่าๆ กันด้วยการกำหนดช่วงเวลาลงทุนที่แน่นอน เป็นการลงทุนสม่ำเสมอและระยะยาว เช่น หักเงินออกจากเงินเดือน 1,000 บาททุกๆ สิ้นเดือนเพื่อไปลงทุนหุ้นหรือกองทุนรวม ส่วนนักลงทุนที่มีวินัยสุดๆ จะกำหนดด้วยตัวเองว่าในแต่ละเดือนจะแบ่งเงินไปลงทุนเท่าไรเช่น ซื้อกองทุนรวมเดือนละ 2,000 บาท สล็อตออนไลน์ สำหรับแนวคิดพื้นฐานวิธีการลงทุนแบบครั้งเดียว คือ ใช้เงินจำนวนหนึ่งเพื่อลงทุนในจังหวะเวลาที่ประเมินแล้วว่าเหมาะสม...