เทคนิคแบ่งเงินไปลงทุน LTF กับ RMF

ก่อนที่จะเลือกแบ่งเงินไปลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long Term Equity Fund : LTF) หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund : RMF) ซึ่งเป็นกองทุนประเภทที่สามารถนำเงินลงทุนไปใช้ในการลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท ทั้ง LTF และ RMF ต้องมาพิจารณาความจำเป็นในการซื้อกองทุนรวมประเภทดังกล่าวก่อน

หากทำการสำรวจสุขภาพทางการเงินผ่านการวางแผนทางการเงินแล้วพบว่า รายได้ไม่พอหรือเพียงพอแค่จ่ายรายจ่ายในแต่ละเดือน นั่นแปลว่ายังไม่พร้อมที่จะแบ่งเงินไปลงทุนในกองทุน LTF และ RMF แต่ควรที่จะเริ่มต้นวางแผนสร้างความมั่งคั่ง (Wealth Creation) ก่อน (เพิ่มรายได้และลดรายจ่ายลงให้เหลือเป็นเงินเก็บออมเพื่อการลงทุน)

สล็อตออนไลน์

จนเริ่มมีรายได้มากกว่ารายจ่ายพอสมควรก็ควรมีการพิจารณาในการปกป้องความมั่งคั่ง (Wealth Protection) ผ่านการวางแผนประกัน (Insurance Planning) และวางแผนเกษียณ (Retirement Planning) ก่อนที่จะมาพิจารณาถึงการสะสมความมั่งคั่ง (Wealth Accumulation) ผ่านการวางแผนภาษี (Tax Planning) และการวางแผนการลงทุน (Investment Planning)
ซึ่งในขั้นตอนนี้จะเป็นขั้นตอนที่เราจะวางแผนในการแบ่งเงินไปลงทุนใน LTF และ RMF

ก่อนที่จะเลือกลงทุนใน LTF หรือ RMF จะต้องทราบถึงข้อแตกต่างของทั้ง 2 ประเภทกองทุน (เฉพาะที่เกี่ยวกับการวางแผนการลงทุน) เพื่อจะได้ตัดสินใจในการลงทุนได้ตามความต้องการผลตอบแทนและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ในการลงทุน ไม่ใช่เลือกลงทุนเพียงเพราะว่าต้องการหักลดหย่อนภาษีเท่านั้น

jumboslot

  1. LTF เป็นการลงทุนในหุ้นระยะยาวไม่น้อยกว่า 65% ในขณะที่ RMF มีสินทรัพย์การลงทุนให้เลือกหลากหลายกว่าทั้งระดับความเสี่ยงต่ำไปจนถึงสูง อย่างเช่น กองทุนตลาดเงิน ตราสารหนี้ กองทุนอสังหาริมทรัพย์ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ทองคำ เป็นต้น
  2. LTF มีทั้งกองทุนที่จ่ายเงินปันผลและไม่จ่ายเงินปันผล ในขณะที่ RMF จะไม่มีการจ่ายเงินปันผล
  3. LTF ไม่จำเป็นต้องซื้อทุกปี แต่ RMF หากซื้อแล้วจำเป็นต้องซื้อต่อเนื่อง และไม่ระงับการซื้อลงทุนเกินกว่า 1 ปีติดต่อกัน
  4. LTF ในปัจจุบัน ต้องลงทุนถือไว้ 7 ปีปฎิทินถึงจะสามารถขายออกได้โดยไม่เสียสิทธิ

เครดิตฟรี

ประโยชน์ทางภาษีย้อนหลัง ในขณะที่ RMF จะต้องถือครองมาไม่น้อยกว่า 5 ปีและมีอายุเกิน 55 ปีถึงจะสามารถขายออกได้โดยไม่เสียสิทธิประโยชน์ทางภาษีย้อนหลัง

จากข้อแตกต่างดังกล่าว หากมาพิจารณาในแง่ของผลตอบแทนและความเสี่ยง พบว่าการลงทุนใน LTF เป็นการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูงเช่นเดียวกันกับ RMF ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ (มีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นมาอีกอัน) จึงเหมาะกับนักลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนสูงและยอมรับความเสี่ยงได้สูง (high risk, high return)

ในขณะที่ RMF ที่ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นก็จะมีความเสี่ยงที่ต่ำลงมาจึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนไม่สูงมากในระดับความเสี่ยงที่ไม่สูงมากเช่นกัน

กล่าวโดยสรุป เทคนิคในการแบ่งเงินลงทุนมาลงทุนใน LTF และ RMF ต้องพิจารณาอัตราผลตอบแทนและความเสี่ยงที่นักลงทุนยอมรับได้ผ่านขั้นตอนการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset allocation) โดยพิจารณว่าหากเรารับความเสี่ยงได้ต่ำก็ควรจัดสรรพอร์ตการลงทุนแบบระมัดระวัง (Conservative portfolio) ลงทุนในหุ้นหรือ LTF, RMF ที่เป็นหุ้นรวมได้ไม่เกิน 10 – 30% ของพอร์ต

สล็อต

ในขณะที่หากสามารถรับความเสี่ยงได้ปานกลาง (Moderate portfolio) ควรลงทุนในหุ้นหรือ LTF, RMF ที่เป็นหุ้นรวมได้ไม่เกิน 20 – 30% ของพอร์ตการลงทุนและหากรับความเสี่ยงได้สูง (Aggressive portfolio) ควรจะลงทุนในหุ้นหรือ LTF, RMF ที่เป็นหุ้นรวมได้ไม่เกิน 50 – 70% ของพอร์ทการลงทุน ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนการลงทุน

You may also like...