วางกลยุทธ์ลงทุน ยุคดอกเบี้ยขาขึ้น

ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา มีมติให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% จาก 1.50% เป็น 1.75% และเมื่อยุคดอกเบี้ยเป็นขาขึ้น คำถามที่ตามมาก็คือ จะวางกลยุทธ์การลงทุนอย่างไรให้เหมาะสม

สล็อตออนไลน์

ข้อมูลจาก บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่าในช่วง กนง. ประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย พฤติกรรมตลาดหุ้นไทยไม่ได้ตอบรับเชิงลบมากนัก เช่น การปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายครั้งที่ใกล้สุด คือเดือนกรกฎาคมปี 2553 เป็น 1.5% ปรากฏว่าดัชนีหุ้นไทยในเดือนดังกล่าวปรับขึ้น 7% จากเดือนก่อนหน้า

หากย้อนไปไกลอีก คือเดือนสิงหาคม ปี 2547 กนง. ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 0.25% เป็น 1.5% โดยในเดือนดังกล่าวดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงเล็กน้อย 2% จากเดือนก่อนหน้า แต่ประเด็นที่น่าสนใจอยู่ที่ 1 เดือนหลังจากการปรับอัตราดอกเบี้ยทั้งรอบสิงหาคม ปี 2547 และกรกฎาคมปี 2553 นักลงทุนสถาบันในประเทศทำการขายสุทธิ ก่อนจะกลับเข้ามาซื้อสุทธิอีกครั้ง

jumboslot

ข้อมูลจาก บล.ฟินันเซีย ไซรัส อธิบายว่าถึงแม้ว่าก่อนการปรับอัตราดอกเบี้ยครั้งล่าสุด (19 ธันวาคม 2561) นักลงทุนสถาบันในประเทศจะขายหุ้นไทยไปแล้ว 7.5 พันล้านบาท “แต่หากพฤติกรรมไม่เปลี่ยน แรงขายของสถาบันจะกดดันดัชนีหุ้นไทยเพียงชั่วคราว ยกเว้นจะมีปัจจัยลบอื่นแทรกเข้ามา เช่น ปัจจัยทางการเมือง ส่วนนักลงทุนต่างชาติพบว่าไม่มีสถานะที่ชัดเจนในช่วงปรับดอกเบี้ย”

เมื่อดอกเบี้ยเป็นยุคขาขึ้น หุ้นกลุ่มแบงก์จะถูกจับตามองเป็นพิเศษ เพราะจะได้รับประโยชน์โดยตรง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ถึงแม้ กนง. จะปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบาย “แต่ธนาคารพาณิชย์อาจจะยังไม่ตอบสนองในช่วงสั้นๆ ต่อการปรับเพิ่มดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝาก จากที่อยู่ในระดับต่ำมากขึ้นมาในระดับปกติ”

โดยการปรับขึ้นดอกเบี้ยหลังจากนี้จะขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละธนาคาร รวมถึงสภาพคล่องในระบบ “ภาพการปรับขึ้นดอกเบี้ยจะมีความชัดเจนในปี 2562 ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มแบงก์ โดยเฉพาะแบงก์ขนาดใหญ่ ที่โครงสร้างการปล่อยสินเชื่อแบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัวมีสัดส่วนมากกว่าเงินฝาก จึงมีโอกาสเห็นส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Margin: NIM) กว้างขึ้น”

เครดิตฟรี

ด้าน บลจ. ทิสโก้ ให้ความเห็นว่าหากกล่าวถึงการจำแนกด้วยลักษณะของหุ้น หุ้นกลุ่ม Value มักจะเป็นที่หมายตาของนักลงทุนในยุคดอกเบี้ยขาขึ้น โดยหุ้นกลุ่มนี้หมายถึง หุ้นที่มีราคาหรือมูลค่าต่ำกว่าราคาที่เหมาะสมตามทฤษฎี ซึ่งมีลักษณะใหญ่ๆ คือ มีอัตราการจ่ายเงินปันผลที่อยู่ในระดับสูง (High Expected Dividend Yield) มีค่า P/E Ratio ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหรือของกลุ่มอุตสาหกรรม
และมีค่า P/BV Ratio ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหรือของกลุ่มอุตสาหกรรม

คุณลักษณะเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ว่าความเสี่ยงขาลงของราคา (Downside risk) ค่อนข้างจำกัดเพราะความถูกของหุ้น และถ้าอยู่ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น หุ้นที่ P/E Ratio ในระดับสูง มักจะมีความเสี่ยงที่จะถูกขายทำกำไรมากกว่า

สล็อต

กล่าวโดยสรุป กลยุทธ์การลงทุนช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น นักลงทุนควรเลือกลงทุนในบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง โดยดูจากโครงสร้างฐานะทางการเงิน โดยเฉพาะธุรกิจที่มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานสูง (Cash Flow from Operations: CFO) มีหนี้สินต่ำ หรือถ้ามีเงินกู้ก็ควรมีภาระดอกเบี้ยจ่ายในระดับต่ำ รวมทั้งให้มองหาบริษัทที่ได้รับประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น นักลงทุนควรตะหนักให้ดี

You may also like...