จับตาเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ ซื้อต่อหรือชะลอ

จากการที่ MSCI เตรียมเพิ่มน้ำหนักหุ้น A-Shares ของตลาดหุ้นจีน จากปัจจุบันอยู่ที่ 10% เป็น 15% ในเดือนสิงหาคมนี้ โดยนับเป็นครั้งที่ 2 จากทั้งหมด 3 ครั้งในปีนี้ (MSCI เพิ่มน้ำหนักขึ้นทีละ 5% ครั้งแรกเพิ่มเป็น 10% ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา และจะเพิ่มน้ำหนักเป็น 20% ในเดือนพฤศจิกายนนี้)

สล็อตออนไลน์

ปัจจัยดังกล่าว คาดว่าจะมีผลให้เม็ดเงินต่างประเทศ (Fund Flow) ไหลออกจากตลาดหุ้นเอเชีย เข้าสู่ตลาดหุ้น A-Shares จึงเป็นประเด็นที่นักลงทุนไทยให้ความสำคัญกับการวางกลยุทธ์ลงทุนในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะไม่มีหุ้นไทยตัวไหน “เข้าหรือออก” ในการทบทวนดัชนีรอบนี้ โดย MSCI จะประกาศทบทวนดัชนีประจําไตรมาส 3 ในวันที่ 8 สิงหาคมนี้ และมีผลบังคับใช้
นับจากราคาปิดในวันที่ 29 สิงหาคม 2562

หลังจากที่นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิสะสม 6 ปีที่ผ่านมา (ปี 2556 – 2561) รวมประมาณ 6 แสนล้านบาท แต่ปีนี้นับเป็นปีแรกที่ต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิหุ้นไทย โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ (มกราคม – กรกฎาคม) ซื้อสุทธิไปแล้วกว่า 6.07 หมื่นล้านบาท

jumboslot

ล่าสุด เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อทั้ง Fitch Ratings และ Moody’s Investors Service ปรับแนวโน้มเครดิต (Outlook) ประเทศไทยขึ้นเป็น “Positive” ในเวลาไล่เลี่ยกัน
ตอกย้ำมุมมองเชิงบวกที่คาดว่าประเทศไทยสมควรได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Rating) ขึ้น และจะกระตุ้นให้ต่างชาติกลับมาสนใจมากขึ้น เนื่องจาก

การเมืองไทยกลับสู่ประชาธิปไตย มีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งและมีอํานาจเต็มในการบริหาร คาดว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและเร่งรัดโครงการลงทุนภาครัฐต่างๆ ในไม่ช้านี้

เครดิตฟรี

Credit Default Swap (CDS) หรืออนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยงจากการผิดนัดชําระหนี้ของประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง มาอยู่ระดับต่ำเทียบเท่ากับช่วงก่อนเกิดวิกฤติเศรษฐกิจซับไพร์มปี 2551 และยังต่ำกว่าบางประเทศที่ได้รับ Rating ที่ดีกว่า เช่น จีน มาเลเซีย เป็นต้น

พื้นฐานเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่งขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับตัวเองในอดีต และเปรียบเทียบกับหลายประเทศที่ได้รับ Rating สูงกว่าไทย

ดังนั้น จากปัจจัยบวกดังกล่าว ทำให้ประเมินได้ว่านักลงทุนต่างชาติมีโอกาสที่จะกลับมาซื้อหุ้นไทยเพิ่มขึ้น

สล็อต

สำหรับการลงทุนในช่วงนี้ควรเน้นกลยุทธ์ “Selective Buy” หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง แต่ราคายังไม่ขยับขึ้น โดยเฉพาะบริษัทที่คาดว่าจะมีผลประกอบการเติบโตดี จ่ายเงินปันผลสูง และมีปัจจัยบวกสนับสนุนในระยะสั้น นักลงทุนควรศึกษาไว้เป็นแนวทาง

You may also like...