โค้งสุดท้าย ยุคดอกเบี้ยต่ำ

ผลการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2561 ที่ผ่านมามีมติ 5 ต่อ 2 ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ณ ระดับ 1.5% ตามคาด แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ จำนวนคณะกรรมการที่เสนอให้ปรับดอกเบี้ยขึ้นเพิ่มเป็น 2 ท่านจากทั้งหมด 7 ท่าน เป็นครั้งแรกในปีนี้ ประกอบด้วยปัจจัยทางเศรษฐกิจภายในประเทศที่แข็งแกร่งในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา
รวมถึงการเลือกตั้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า ชี้ให้เห็นสัญญาณการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอนาคตชัดเจนมากขึ้น ถึงแม้ว่าช่วงเวลานี้จะเผชิญกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนก็ตาม

สล็อตออนไลน์

หลังจากนี้ไปนักลงทุนจะต้องปรับตัวจากแนวโน้มดอกเบี้ยที่ระดับต่ำเปลี่ยนเป็นแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น โดยทฤษฎีแล้ว เมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้นราคาเหมาะสมของหุ้นจะลดลง เนื่องจากดอกเบี้ยเป็นค่าคิดลดเพื่อชดเชยความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้น

แต่ตลาดหุ้นไทยยังน่าสนใจ เนื่องด้วย GDP ไตรมาส 2 ที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.6% เติบโตดีกว่าคาด จากการเติบโตของการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัวอย่างโดดเด่นถึง 4.5% และคาดว่าในครึ่งหลังปีนี้ ยังได้ประโยชน์จากการบริโภคในประเทศที่เติบโตได้ดีก่อนการเลือกตั้ง

jumboslot

ยิ่งไปกว่านั้น จากการศึกษาข้อมูลทางสถิติพบว่าการเลือกตั้งของประเทศไทยที่ผ่านมา 13 ครั้ง (ตั้งแต่ปี 2526) ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสให้ผลตอบแทนเป็นบวกถึง 70% และช่วงเวลา 3 – 6 เดือนก่อนการเลือกตั้งจะให้ผลตอบแทนดีที่สุดราว 4 – 6%

สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางหรือรับความเสี่ยงได้น้อยที่มีการลงทุนในตราสารหนี้หรือกองทุนรวมตราสารหนี้ ปัจจัยสำคัญที่ต้องตระหนักอยู่เสมอในช่วงเวลาที่แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยมีการเปลี่ยนแปลง คือ อายุคงเหลือเฉลี่ยของตราสาร หรือ Duration เพราะเป็นตัวกำหนดอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาตราสารหนี้ เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดมีการเปลี่ยนแปลง
ไปโดยมีความสัมพันธ์ผกผันกัน

เพราะฉะนั้น ถ้าอัตราดอกเบี้ยในตลาดเพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยนโยบาย มูลค่าตราสารหนี้จะลดลงตามจำนวน Duration ถ้า Duration สูงราคาของตราสารหนี้หรือมูลค่าของกองทุนตราสารหนี้จะลดลงเยอะกว่าตราสารหนี้ที่ Duration ที่ต่ำกว่า ดังนั้น นักลงทุนควรจะเลือกลงทุนที่ Duration ไม่เกิน 2 ปี เพื่อลดผลขาดทุนจากการกำหนดมูลค่าตามราคาตลาด ณ ปัจจุบัน
(Mark to Market) จากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น

เครดิตฟรี

สำหรับผู้ที่ฝากเงินกับธนาคารพาณิชย์ การฝากประจำนั้นผู้ฝากจะทราบดอกเบี้ยที่จะได้รับเมื่อถึงวันครบกำหนดทันที ไม่ว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารหลังจากวันแรกที่เริ่มฝากประจำจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ซึ่งรูปแบบจะคล้ายกับการลงทุนตราสารหนี้ เพียงแต่ผู้ฝากไม่มีความเสี่ยงด้านราคา แต่อาจมีค่าเสียโอกาสเมื่อธนาคารประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก
ระหว่างช่วงเวลาที่ฝากประจำอยู่ ซึ่งบัญชีประเภทนี้มักไม่สามารถถอนก่อนกำหนดได้ หรือหากไถ่ถอนก่อนกำหนดเพื่อไปลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่าอาจได้รับดอกเบี้ยน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

แต่สำหรับเงินฝากออมทรัพย์จะกำหนดอัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัว ดังนั้น เมื่ออัตราดอกเบี้ยขึ้น ผู้ฝากเงินจะได้ดอกเบี้ยเพิ่มเช่นกัน แต่มักจะมีอัตราดอกเบี้ยที่น้อยกว่าบัญชีฝากประจำ จึงควรเลือกฝากประจำที่ระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี หรือเลือกฝากเงินบัญชีออมทรัพย์เพื่อรอรับดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นหลังธนาคารพาณิชย์ประกาศขึ้นดอกเบี้ยก็ได้

สล็อต

ช่วงเวลานี้ถือเป็นโค้งสุดท้ายสำหรับการปรับพอร์ตการลงทุนก่อนแนวโน้มของนโยบายการเงินไทยกำลังเปลี่ยนแปลง ซึ่งตลาดหุ้นยังคงมีปัจจัยบวกสนับสนุนให้ลงทุนทั้งเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโต และการเลือกตั้งที่มีแรงสนับสนุนจากเม็ดเงินลงทุนจากสถาบันทั้งในและต่างประเทศ แต่การลงทุนตราสารหนี้ควรมี Duration ไม่เกิน 2 ปี หรือควรฝากเงินกับบัญชีฝาก
ประจำไม่เกิน 2 ปี หรือเลือกฝากในบัญชีออมทรัพย์เพื่อรอรับดอกเบี้ยที่จะเพิ่มขึ้นตามดอกเบี้ยนโยบายมาทดแทนได้ ดอกเบี้ยต่ำเสี่ยงต่อการลงทุนควรศึกษาให้ดี

You may also like...