หนี… หนี้

“ไม่มีหนี้ คือลาภอันประเสริฐ”

ประโยคสุดคลาสสิก ที่ดูเหมือนจะกลายเป็นสัจธรรมของคนไทยในยุคปัจจุบันไปซะแล้ว… เพราะไม่ว่าจะพูดถึงเศรษฐกิจในแง่มุมไหน คำว่า “หนี้ท่วม” ก็จะกลายมาเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทุกคนต่างพูด (หรือบ่น) ถึง ตั้งแต่ผู้นำรัฐบาล กระทั่งคนนั่งรถเมล์

สล็อตออนไลน์

ต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา McKinsey บริษัทที่ปรึกษาสัญชาติอเมริกัน ก็เพิ่งออกรายงานแสดงความเป็นห่วงเป็นใย แกมตำหนิติเตียน ว่าสัดส่วน “หนี้ครัวเรือนต่อรายได้” (household debt to income) ของบ้านเรานั้นส่อเค้าน่าเป็นห่วง เพราะในปี 2007 มีสัดส่วนอยู่ที่ 93% แต่ข้อมูลกลางปี 2014 กลับพบว่าตัวเลขดังกล่าวพุ่งไปอยู่ที่ 121% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับสหรัฐฯ
และอังกฤษ แต่ที่น่าสนใจคือระดับรายได้ของคนไทยนั้น น้อยกว่าชาติมหาอำนาจขั้วตะวันตกมากนัก! นอกจากนั้นสัดส่วน “หนี้ครัวเรือน ต่อ GDP” ของเราในวันนี้ก็อยู่ที่ประมาณ 86%!

ดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องเข้าใจง่ายนักกับตัวเลข “หนี้ครัวเรือนต่อรายได้” หรือ “หนี้ครัวเรือน ต่อ GDP” ที่หลายหน่วยงานหยิบยกขึ้นมาพูดถึงว่านี่คือหนึ่งในปัจจัยที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจไทย ณ ปัจจุบัน

ดังนั้น เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจเฟิร์นอยากให้ “คนไทยหัวใจการเงิน” ลองมาสำรวจ “สุขภาพหนี้” ของตัวเองกันสักหน่อยว่าเป็นอย่างไร… แข็งแรงหรืออ่อนแอ แค่ไหนกัน??

jumboslot

ที่มา: www.facebook.com/WealthMeUp

รวบรวมจาก: ตลาดหลักทรัพย์ฯ www.set.or.th/education

ตารางนี้เป็นสัดส่วน “หนี้สินต่อรายได้” ที่เหมาะสมซึ่งแยกตามประเภทของหนี้ แต่หากใครมีหนี้น้อยหรือมากกว่านี้ นอกจากจะลองคำนวณสัดส่วนหนี้ที่แยกตามประเภทแล้ว (หนี้บัตรเครดิต หนี้บ้าน หนี้รถ) ก็อย่าลืมเอาหนี้ที่มีทั้งหมดมาคำนวณรวมกันด้วยว่าน้อยกว่า 50% รึเปล่า?? และคำตอบที่ได้ก็คงพบว่าน่าจะมีคนอยู่ 2 ประเภทด้วยกันคือ
“สุขภาพหนี้ดี” หรือ “สุขภาพหนี้ย่ำแย่”

สำหรับผู้ที่มี “สุขภาพหนี้ย่ำแย่” และอยากไปให้ไกลจากสถานภาพที่เป็นอยู่ หรือ ที่เฟิร์นเรียกเหตุการณ์นี้ว่าคือการ “หนี… หนี้” อยากให้ลองทำ 3 สิ่งนี้

เครดิตฟรี

จดบันทึก
เราจะไม่สามารถจัดการกับอะไรได้เลย หากว่าทุกอย่างยังวนเวียนอยู่แค่ในความคิดของเราเอง (โห ! หนี้ท่วมเลย, จะใช้หนี้หมดมั้ยเนี่ย?, โอ๊ย…บิลมาอีกแล้ว!!) เพราะสิ่งสำคัญที่สุดของทุกแผนการเงินก็คือการ “จดบันทึก” ดังนั้น ลองหยิบสมุดขึ้นมาสักเล่ม แล้วเขียนหนี้ทั้งหมดที่มี ทั้งประเภท, จำนวนหนี้, ดอกเบี้ย, ระยะเวลาการชำระคืน แล้วทำไฮ
ไลท์หนี้ที่เกินสัดส่วนที่เหมาะสม (มากกว่าตารางข้างต้น) และไล่ลำดับหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูงที่สุดไปน้อยที่สุด

เริ่มปฏิบัติการ “หนี”
อ๊ะๆ… อย่าเพิ่งเข้าใจผิดกันนะคะ เฟิร์นไม่ได้หมายความว่าให้ “ชิ่ง” แต่อย่างใด หากแต่หมายถึงการ “หนี” สองสิ่งนี้… นั่นคือ

“หนี… หนี้ที่ดอกเบี้ยสูง และ เกินสัดส่วนที่เหมาะสม”
หลังจากจดบันทึก (ตามข้อ 1) เรียบร้อยแล้ว เราก็จะรู้ได้ทันทีว่าหนี้ก้อนไหนที่มีทั้งไฮไลท์ (เกินสัดส่วนที่เหมาะสม) และอยู่ในลำดับต้นๆ (ดอกเบี้ยสูง) ดังนั้นจงเริ่มกระบวนการ “หนี” ด้วยการจัดการหนี้ก้อนดังกล่าวอย่างเร่งด่วนที่สุด มีรายได้ปุ๊บโปะปั๊บ เงินเดือนออกปุ๊บ จัดการทันที เพราะไม่เช่นนั้นแล้วการหลุดจากวงโคจรแห่ง “หนี้”
จะเป็นไปไม่ได้เลย ก็ทั้งดอกเบี้ยสูง ทั้งยังไม่ควรค่าแก่การมีอยู่แห่งหนี้อีก

“หนี… หนี้ก้อนใหม่”
ช้าก่อนพี่น้อง! คนจำนวนไม่น้อยที่เลือกวิธีการสร้างหนี้ก้อนใหม่ เพื่อมาใช้คืนหนี้ก้อนเก่า อย่าทำแบบนั้นเด็ดขาด! เพราะนั่นสะท้อนถึงพฤติกรรม “ติด (การเป็นลูก) หนี้” โดยไม่รู้ตัว และจะทำให้เราไม่มีทาง “หนี… หนี้” ได้เลย เปรียบเสมือนกับในวันที่เราไม่สบาย อยากให้ร่างกายอบอุ่น แต่เลือกที่จะเปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำ แล้วใส่เสื้อ 3 ชั้น พร้อมด้วยผ้าห่มหนาเตอะ…
แทนที่จะปรับอุณหภูมิแอร์ให้เหมาะสม ถามว่าแบบไหนจะทำให้อาการหวัดหายได้มากกว่ากัน?

สล็อต

แน่นอนว่าการปรับพฤติกรรมไม่ใช่เรื่องง่าย แต่อยากให้ลองคิดแบบนี้…

หมดหนี้ = เป็นไท, ถ้าก่อหนี้ก้อนใหม่ ก็เป็นเหมือนเดิมคือ “ลูกหนี้” หนี้เกิดขึ้นได้หากไม่ศึกษาก่อนการเป็นหนี้

You may also like...