ตั้งต้นให้พร้อม… ก้าวสู่ความมั่งคั่ง

เมื่อพูดถึงเรื่อง “การเงิน” คนส่วนใหญ่มองว่าเป็นเรื่องยาก เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวเลข ไม่ว่าจะเป็น… ค่าเงินบาท อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย หรือดัชนีราคาหลักทรัพย์ บ้างก็คิดว่าเป็นเรื่องของคนที่เรียนด้านการเงินหรือเศรษฐศาสตร์เท่านั้น ทั้งที่จริงแล้ว “การเงิน” เป็นทักษะชีวิตอย่างหนึ่งที่มนุษย์จะต้องเรียนรู้ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข
บางคนอาจมองว่าการใช้เงินเป็นเรื่องง่ายแสนง่าย ซึ่งประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่แค่นั้น แต่อยู่ที่ว่า… ตลอดช่วงชีวิตของเราทุกคน เราควรเรียนรู้เรื่องเงินให้รอบด้าน ทั้งวิธีการหาเงิน การเก็บออมเงิน การใช้จ่ายเงิน และการทำให้เงินงอกเงย เพื่อให้มีเงินใช้อย่างพอเพียงและบรรลุเป้าหมายที่ต้องการตามอัตภาพของแต่ละคน
ซึ่งจะช่วยให้แต่ละบุคคลเกิดความมั่นคงทางการเงิน ลดความเสี่ยงในการดำรงชีวิต ทั้งยังมีส่วนช่วยให้ระบบเศรษฐกิจมีรากฐานที่แข็งแกร่งอีกด้วย

สล็อตออนไลน์

ดังนั้น หากคุณมีการวางแผนการเงินที่ดี ตั้งต้นได้เร็ว และเดินตามแผนที่วางไว้ ย่อมช่วยให้ถึงเส้นชัยทางการเงินสมดังใจหวังอย่างแน่นอน สำหรับในบทความนี้ ผมขอเริ่มด้วยการสร้างความมั่งคั่งอย่างเป็นระบบ เพื่อนำทุกท่านไปสู่ “ความมั่งคั่งแบบไม่รู้จบ” กันนะครับ

ความมั่งคั่งเขาวัดกันอย่างไร

หลายคนอาจมีคำถามว่า… ตนเองมีความมั่งคั่งแล้วหรือยัง บางคนมีทรัพย์สินมาก แต่ก็ตามมาด้วยภาระหนี้สิน อย่างนี้เราถือว่ายังไม่มีความมั่งคั่ง เช่น ซื้อบ้านราคา 4 ล้านบาท โดยใช้เงินของตนเอง 500,000 บาท และต้องกู้ธนาคารอีก 3,500,000 บาท แสดงว่าทรัพย์สิน มูลค่า 4,000,000 บาทนี้ ยังมีภาระหนี้อยู่อีก 3,500,000 บาท ดังนั้น
การวัดความมั่งคั่งของบุคคลจึงดูจาก “มูลค่าทรัพย์สิน” เพียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูจาก “มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ” ประกอบด้วย

jumboslot

โดย…

ยิ่งบุคคลมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิมากเท่าใด ก็มีโอกาสสร้างความมั่งคั่งได้มากเท่านั้น แต่ก็ต้องวิเคราะห์เพิ่มเติมด้วยว่า…

ทรัพย์สินที่มีอยู่มีโอกาสสร้างรายได้ได้มากน้อยเพียงใด
ทรัพย์สินที่เป็นตัวเรา (มนุษย์) สามารถทำงานหารายได้ได้มากน้อยเพียงใด

ปริมาณและคุณภาพของทรัพย์สินของบุคคลจะเป็นเครื่องบ่งบอกโอกาสของการสร้างความมั่งคั่ง และอิสรภาพทางการเงิน

แบบจำลองการสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน

เครดิตฟรี

เมื่อเรารู้ว่าการวัดความมั่งคั่งดูได้จาก “ขนาด” และ “มูลค่าของทรัพย์สินสุทธิ” หากในแต่ละปีเราสามารถเพิ่มมูลค่าของทรัพย์สินสุทธิได้มากขึ้น ความมั่งคั่งของเราก็จะเพิ่มขึ้น แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้หมายถึงการบรรลุอิสรภาพทางการเงินโดยตรง แต่การมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิมากๆ จะทำให้เรามีโอกาสสร้างรายได้จากทรัพย์สินเหล่านั้นได้มากขึ้น
จนเมื่อถึงระดับที่เกินกว่าค่าใช้จ่ายของบุคคลไปมากๆ เราจึงจะเรียกว่า “อิสรภาพทางการเงิน” ผมอยากจะสรุปวงจรหรือแบบจำลองการสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนไว้ดังนี้

แม้ว่าความมั่งคั่งจะถูกมองไปที่การมีทรัพย์สินสุทธิคงเหลือในมูลค่ามาก (6) แต่ก็ต้องเข้าใจต้นตอด้วยว่า… การเริ่มต้นจะเกิดจากการใช้ร่างกายของเราทำงาน ซึ่งต้องหาวิธีที่ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการหารายได้ (1) (แต่ก็ต้องให้เกิดความสมดุลกับสุขภาพกายและสุขภาพจิตด้วย) และต้องมีการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี
(2) อีกทั้งยังต้องมีวินัยในการออม (3) จากนั้นก็ต้องรู้จักนำเงินออมไปลงทุนในทรัพย์สินประเภทต่างๆ ซึ่งพื้นฐานก็คือ เงินฝาก แต่ถัดจากนั้น ก็ต้องเรียนรู้ทรัพย์สินลงทุนประเภทอื่นๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง และแสวงหาโอกาสที่จะทำให้ผลตอบแทนสูงขึ้น (4), (5) ซึ่งจะโยงไปยังการเพิ่มขึ้นของทรัพย์สินสุทธิ (6) ในที่สุด

เศรษฐีส่วนใหญ่จะผ่านพ้นขั้นที่ (1) (2) (3) มาแล้ว และกำลังก้าวเข้าสู่ขั้นที่ (4) (5) และ (6) ที่จริงถ้าวัดมูลค่าทรัพย์สินสุทธิใน (6) บุคคลที่เป็นเศรษฐีจะมีมูลค่าของรายการนี้สูงกว่าคนทั่วไป อย่างไรก็ดี เศรษฐีจำนวนมากยังคุ้นเคยกับวิธีสะสมทรัพย์สินลงทุนในรูปแบบเดิม เช่น เงินฝากธนาคาร ซึ่งผลตอบแทนน้อยเมื่อแลกกับความเสี่ยง
ที่ต่ำกว่าการลงทุนในทางเลือกอื่น ซึ่งอันนี้ก็ไม่ว่ากัน เพราะเป็นสไตล์ความชอบ แต่ถ้าให้ผมวิเคราะห์ก็ต้องบอกว่า… วิธีนี้เหมาะสมกับคนที่รับความเสี่ยงได้น้อย แต่ถ้าคุณรับความเสี่ยงได้มาก คุณก็ต้องเรียนรู้การลงทุนในรูปแบบอื่นด้วย เช่น อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ หลักทรัพย์ เป็นต้น และควรกระจายการลงทุนหลายๆ ประเภทเพื่อกระจายความเสี่ยง
และสร้างโอกาสหาผลตอบแทนให้สูงขึ้น (แต่มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้ผลตอบแทนด้วย) ทำให้อัตราเร่งหรือระยะเวลาที่จะบรรลุอิสรภาพทางการเงินมีโอกาสจะเป็นจริงได้เร็วขึ้น

สล็อต

อย่าลืมครับว่า… “ชีวิตคือการลงทุน” เราจึงต้องลงทุนให้มีความสุขด้วย ซึ่งผมขอแนะนำให้เรียนรู้เพื่อเพิ่มความมั่นใจก่อนการลงทุน เรียนรู้กันได้ชีวิตคือการลงทุน

You may also like...