ปิดแฟ้ม เงินสกุลดิจิทัล ตอน 3

นอกนั้น ในธุรกิจเงินสกุลดิจิทัล มีการจู่โจม ลักขโมย กลลวง หรือการคดโกงเกิดขึ้นเป็นระยะ ได้แก่ ในปี คริสต์ศักราช 2014 บริษัท Mt.Gox อันเป็นศูนย์ให้บริการรับเปลี่ยนบิตรอน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกในตอนนั้น ได้หยุดการค้าขายและก็พบว่า บิตรอน์ของลูกค้าและก็บริษัทได้หายไปถึง 850,000 เหรียญ คิดเป็นค่าตอนนี้ถึงกว่า 4 พันล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา ซึ่งต่อไปบริษัทก็ได้ประกาศล้มละลายไป และก็คดีนี้ยังอยู่ระหว่างการพิสูจน์สอบปากคำ หรือในปี คริสต์ศักราช 2018 มีการเจาะระบบของ Coincheck ซึ่งเป็นศูนย์ให้บริการรับเปลี่ยนเงินสกุลดิจิทัลในประเทศญี่ปุ่น ทำให้เงินสกุล NEM coins หายไปจำนวนไม่ใช่น้อย คิดเป็นค่ากว่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกเหนือจากนั้น ธุรกิจเงินสกุลดิจิทัลนี้ยังปรากฏนักฉ้อฉลต้มตุ๋นเกิดมากมาย ตัวอย่างเช่น การเปิดเงินสกุลดิจิทัลขึ้นใหม่และก็มาหลอกระดมทุนในลักษณะก็จะคล้ายแชร์ลูกโซ่ ฯลฯ

โลกมีการควบคุมดูแลเงินสกุลดิจิทัลหรือเปล่าเช่นไร
ขณะที่เงินสกุลดิจิทัลมีอัตราการเจริญเติบโตอย่างไม่หยุดยั้ง รวมทั้งมีลัษณะทิศทางที่จะทำให้เกิดผลเสียร้ายแรง (disrupt) กับธุรกิจการคลังทั้งโลก ประเทศต่างๆมีการออกแนวนโยบายหรือมาตรการการดูแลที่นานับประการ ตั้งแต่ค่อนข้างจะเปิดกว้างสารภาพเงินสกุลดิจิทัล ค่อนข้างจะรอบคอบหรืออยู่ระหว่างการออกกฎข้อตกลงการดูแลดูแล ไปจนกระทั่งกีดกันการมาถึงของเงินสกุลดิจิทัล โดยมีตัวอปิ้งที่น่าดึงดูดดังนี้

สวิสเซอร์แลนด์ มีท่าทางเปิดกว้างต่อเงินสกุลดิจิทัล โดยรัฐบาลให้การเกื้อหนุนสัมพันธ์เอกชนในชื่อ The Crypto Valley Association ที่ดำเนินงานอยู่ในประเทศ รวมทั้งสวิสเซอร์แลนด์ล่อใจสตาร์ทอัพที่ใช้เทคโนโลยีบล็อคศาสนาเชนจากนอกประเทศเข้าไปทำธุรกิจ โดยรัฐบาลได้สั่งปิดบริษัทที่เข้าเกณฑ์คดโกง และก็กำลังอยู่ระหว่างการออกกรรมวิธีดูแลดูแลเงินสกุลดิจิทัล โดยมีลัษณะทิศทางที่จะเป็นการดูแลดูแลในทางเกื้อหนุน

slotxo

xoslot

xoslot

สล็อต xo

อเมริกา มีท่วงท่าเปิดกว้างต่อเงินสกุลดิจิทัล โดยจัดว่าเงินสกุลดิจิทัล เป็นเงิน เงิน หรือหลักทรัพย์ สุดแต่ข้อบังคับของแต่ละเมือง ที่ควรมีการเสียภาษีอากร ส่วนกรณีของ ICO นั้น US Securities and Exchange Commission อันเป็นคณะกรรมการดูแลดูแลตลาดทุนของสหรัฐอเมริกา พิเคราะห์ให้เท่ากันกับการเสนอขายหุ้นใหม่ให้ประชาชนขน หรือที่เรียกว่า Initial Public Offering (IPO) นอกจากนั้น ในด้านการควบคุมดูแล รัฐบาลมีการปิดบริษัทที่เข้าเกณฑ์คดโกงไปแล้ว รวมทั้งอยู่ในระหว่างการหาวิถีทางควบคุมดูแลเงินสกุลดิจิทัลอย่างเป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรมเพิ่มมากขึ้น โดยในพื้นฐานมีแนวความคิดว่าเงินสกุลดิจิทัลต้องได้รับการดูแลดูแลลักษณะเดียวกันกับเงินธรรมดา

ประเทศญี่ปุ่น เป็นหัวหน้าของโลกประเทศหนึ่งในเรื่องเงินสกุลดิจิทัล เงินสกุลดิจิทัลในประเทศญี่ปุ่นนั้นใช้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตั้งแต่ 1 ม.ย. คริสต์ศักราช 2018 อย่างไรก็ดีนิติบุคคลจะต้องขอเอกสารสิทธิ์ มีเงินสำรอง แล้วก็ถูกตรวจตรา รวมทั้งรายได้จากเงินสกุลดิจิทัลนับว่าเป็นรายได้ของธุรกิจที่จะจำเป็นต้องเสียภาษีอากร นอกเหนือจากนี้ Financial Service Agency อันเป็นหน่วยงานดูแลดูแลทางการเงินของประเทศญี่ปุ่นมีการแจ้งเตือนเรื่องการเสี่ยงของการลงทุนในต้นแบบ ICO

จีน เป็นประเทศที่มีความย้อนคัดค้านในตนเองสูง ขณะที่จีนมีนัมายากลงทุนในเงินสกุลดิจิทัล และก็มีการจำหน่ายเงินสกุลดิจิทัลสูงที่สุดในโลกอีกประเทศหนึ่ง (ราคาค้าขายโดยประมาณ 50% ของโลกในปี คริสต์ศักราช 2017) รัฐบาลจีนเองเพิ่งประกาศห้ามธุรกิจ ICO ห้ามการขุดเหมืองบิตรอน์ แล้วก็ส่งสัญญาณลบมากมายต่อการแลกเปลี่ยนจำหน่ายเงินสกุลดิจิทัลภายในประเทศ ทำให้เมื่อท้ายปี คริสต์ศักราช 2017 ค่าบิตรอน์ตกลงร้ายแรงรวดเดียวถึง 20% แม้กระนั้น นักวิเคราะห์คิดว่ารัฐบาลจีนบางทีอาจจะใช้มาตรการนี้ชั่วครั้งคราวก่อนการออกวิธีการดูแลดูแลเงินสกุลดิจิทัลที่ใช้จริง โดยก่อนหน้าที่ผ่านมา จีนมีแนวความคิดสำหรับในการสร้างเงินสกุลดิจิทัลของตนที่เรียกว่า RMBCoin ด้วย

เวเนซูเอลา เป็นประเทศที่มีความพิเศษในตนเอง ด้วยเวเนซูเอลาเป็นประเทศที่โดนคว่ำบาตรในโลกนำโดยสหรัฐอเมริกา ทำให้เงินโบลิวาร์ของเวเนซูเอลาเองไร้คุณค่าน่าไว้วางใจนัก รัฐบาลก็เลยมานะหาวิธีใหม่เพื่อปรับปรุงแก้ไขการโดนคว่ำบาตรด้วยการประกาศเงินสกุลดิจิทัลของตน ที่มีการหนุนค่าด้วยน้ำมัน หรือที่เรียกกันว่า “the Petro” ซึ่งทำให้เวเนซูเอลาเป็นโมเดลที่น่าดึงดูดเป็นอย่างมากอีกโมเดลหนึ่งในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดูแลดูแลเงินสกุลดิจิทัล อย่างไรก็แล้วแต่ ผู้นำสหรัฐอเมริกา พึ่งจะออกประกาศห้ามบริษัทและก็พสกนิกรของสหรัฐอเมริกา ซื้อขายเงินสกุลดิจิทัลของเวเนซูเอลานี้

เมืองไทยมีทิศทางยังไงต่อเรื่องเงินสกุลดิจิทัล
สำหรับเมืองไทยเอง ความพอใจเรื่องเงินสกุลดิจิทัลเริ่มจากผู้พอใจด้านเทคโนโลยี แม้กระนั้นถัดมาก็เริ่มเป็นที่พอใจจากมหาชนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆดังนี้หน่วยราชการทั้งยังธนาคารชาติรวมทั้งกระทรวงการคลังได้ติดตามอย่างใกล้ชิด รวมทั้งได้เริ่มศึกษาเล่าเรียนการปรับใช้รวมทั้งการปรับปรุงกฎระเบียบทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวโยง

สำหรับธนาคารชาติได้เวียนจดหมายถึงสถาบันการเงินทุกหย่อมหญ้าในกุมภาพันธ์ พุทธศักราช2561 ขอความร่วมมือจากสถาบันการเงินไม่ให้ทำธุรกรรม หรือมีส่วนร่วมสำหรับในการช่วยเหลือแนวทางการทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับเงินสกุลดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปลงทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินสกุลดิจิทัล การให้บริการรับแลกเงินสกุลดิจิทัล การผลิตแพลตฟอร์มให้ลูกค้าเข้าไปทำธุรกรรมเกี่ยวกับเงินสกุลดิจิทัล การให้ลูกค้าใช้บัตรเครดิตซื้อเงินสกุลดิจิทัล หรือการให้คำปรึกษากับลูกค้าที่เกี่ยวโยงกับเงินสกุลดิจิทัล แม้กระนั้น ในมี.ค. พุทธศักราช 2561 ธนาคารชาติได้ประกาศในงาน Bangkok Fintech Fair 2018 ว่ามีแผนการจะนำร่องทดลองเงินเหรียญ คริปโตบาท ในชื่อ “อินทนนท์” โดยจะดำเนินการร่วมกับธนาคารพาณิชย์ 5 ที่ โดยเงินสกุลดิจิทัลป้ายประกาศนี้จะใช้เทคโนโลยีบล็อกศาสนาเชนเสมือนเงินสกุลดิจิทัลอื่นๆและก็จะประยุกต์ใช้เพื่อลดทุนแล้วก็คุณภาพสำหรับในการจ่ายราคาระหว่างธนาคารพาณิชย์ร่วมกันเอง แต่ว่าจะมิได้ประยุกต์ใช้กับสามัญชนทั่วๆไป

สำหรับกระทรวงการคลัง ได้มีการติดตามแล้วก็มีการส่งเสริมใจความสำคัญทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวพันของไทย โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 13 มี.ค. พุทธศักราช 2561 ได้เห็นดีเห็นชอบวิธีการดังที่กระทรวงการคลังเสนอ สำหรับการปรับปรุงแก้ไขข้อบังคับประมวลรัษฎากร โดยการปรับเพิ่มข้อความสำคัญนิยามของเงินดิจิทัลในทางข้อบังคับ แล้วก็ระบุนิยามของทั้งยังคริปโทเคอร์เรนซีแล้วก็ โทเคนดิจิทัล ยิ่งกว่านั้นยังระบุหนทางอัตราการจัดเก็บภาษีจากรายได้ที่เกิดจากเงินทองดิจิทัล ในอัตราร้อยละ 15

นอกนั้น ตลาดค้าหุ้นที่เมืองไทย (ตลท.) แล้วก็ที่ทำการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ที่เมืองไทย(คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์) ได้มีการติดตามกรณีของการระดมทุนผ่าน ICO อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งได้เปิดรับฟังข้อคิดเห็นจากสาธารณะ โดยในม.ค. พุทธศักราช 2561 คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ได้เผยออกมาว่าได้มีแนวทางที่จะกำหนดให้ผู้ร่วมลงทุนรายย่อยสามารถลงทุนได้ไม่เกิน 300,000 บาทต่อ ICO หนึ่งแผนการ หรือเปล่าเกิน 3 ล้านบาทสำหรับเพื่อการลงทุน ICO ทั้งผอง ยิ่งไปกว่านี้ยังมีแนวทางที่จะกำหนดให้บริษัทที่แบ่ง โทเคนดิจิทัล จะสามารถระดมทุนจากนักลงทุนรายย่อยได้สูงสุด 20 ล้านบาทต่อ 1 โครงงาน และก็การระดมทุน ICO ทั้งหมดทั้งปวงจำเป็นต้องไม่เกิน 40 ล้านบาท รวมทั้งในวันที่ 14 ก.พ. พุทธศักราช 2561 ได้มีการระดมทุน ICO เป็นครั้งแรกของเมืองไทย โดย JFin Coin ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท JayMart ได้ระดมทุนโดยแนวทางการขาย 100 ล้านโทเคนดิจิทัลในราคา 6.60 บาทต่อโทเคน โดยสามารถขายได้หมดด้านใน 55 ชั่วโมง รวมทั้งทำให้สามารถระดมรายได้ราว 660 ล้านบาท และก็ปัจจุบัน ในมิถานายน 2561 คณะกรรมการ คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ได้ลงความเห็นเห็นด้วย กระบวนการควบคุมดูแลการระดมทุนแบบ ICO รวมทั้ง การประกอบธุรกิจศูนย์ค้าขาย คนกลาง และก็ ผู้ค้าทรัพย์สินดิจิทัล ซึ่งจะก่อให้เงินสกุลดิจิทัล 7 สกุล (Bitcoin, Bitcoin cash, Ethereum, Ethereum Classic, Litecoin, Ripple, และก็ Stellar ที่มีความน่าไว้ใจค่อนข้างจะสูง) สามารถใช้เป็นฐานสำหรับการค้าขายทรัพย์สินดิจิทัลอื่นๆ(Base trading pair) แล้วก็ ลงทุนในไอซีโอ ได้ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเคลื่อนไหวที่น่าดึงดูดมากมาย

ดังนี้จะมองเห็นได้ว่าในกรณีของเมืองไทย หน่วยงานอีกทั้งภาครัฐรวมทั้งเอกชนได้สนใจ และก็มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมากมายในภูมิภาคสำหรับการวางรากฐานการใช้คุณประโยชน์รวมทั้งการควบคุมเงินสกุลดิจิทัล รวมทั้งเงินทองดิจิทัลและก็การระดมทุนผ่าน ICO ซึ่งต้องมีการสนับสนุนการเปิดเผยแพร่ทั้งยังวิชาความรู้รากฐานเกี่ยวกับเงินสกุลดิจิทัลและก็การพัฒนาเทคโนโลยีรวมทั้งบุคคลาแขนที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อมีการใช้ประโยชน์และก็ลดช่องทางที่จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจถัดไป

You may also like...