กระบวนการทำ SEO

ทดลองเล่นสลอต

ทดลองเล่นสล๊อต

ทดลองเล่นสล๊อต

โปรสล๊อต


กระบวนการทำ SEO (Search Engine Optimization) ให้เว็บติดอันดับต้นๆบนหน้าผลของการค้นหา (Search Result Page) ของ Google นั้นมีสิ่งที่จำเป็นหมายถึง”กระบวนการทำเว็บที่มอบประสบการณ์สำหรับเพื่อการใช้งานที่ดี (Good User Experience)” ซึ่ง Google จะใช้ข้อมูลการใช้แรงงานพวกนี้มาเป็น “อัลกอริทึม (Algorithm)” สำคัญสำหรับในการจัดลำดับเว็บในหน้าผลของการค้นหา

ในเนื้อหานี้ พวกเราจะขอชู 5 หัวข้อที่ “ควรจะทำ” ถ้าอยากได้เพิ่มชั้นให้กับเว็บสำหรับการทำ SEO ที่มีคุณภาพและก็จีรังยั่งยืน โดยยึดหลักจากแนวทางการทำเว็บที่ดีต่อผู้ใช้งาน

5 สิ่งที่ควรจะทำสำหรับ SEO
อัพเดทรายละเอียดในเว็บ

✔️ อัพเดทรายละเอียดในเว็บบ่อยๆ
เว็บที่มีการอัพเดทและก็เพิ่มเติมอีกรายละเอียดเป็นประจำจะได้โอกาสทำชั้นใน SEO ได้ดีมากยิ่งกว่าเว็บที่ไม่มีการปรับแต่งอะไรก็ตามเนื่องจากว่า Google ให้ความเอาใจใส่กับรายละเอียดที่มีความสดใหม่เพื่อนำเสนอหน้าเว็บดีรวมทั้งดีเยี่ยมที่สุดให้กับคนที่คนหา คงไม่ดีแน่ถ้าหาก Google พรีเซ็นท์แต่ว่าบทความซึ่งมีก็เพียงแต่รายละเอียดเก่าๆโบราณให้กับผู้ใช้ ดังนั้น เว็บที่ติดอันดับอยู่และก็ยังจำต้องอัพเดทรายละเอียดเพื่อเป็นการรักษาชั้นถัดไปอีกด้วย

การใช้ระบบเว็บที่เป็น CMS (Content Management System) เป็นต้นว่า WordPress นั้นจะช่วยทำให้อำนวยความสะดวกในอัพเดทหรือเพิ่มบทความในเว็บ ถึงแม้ไม่มีความรู้สำหรับเพื่อการเขียนรหัสเว็บ ก็สามารถปรับแต่งรวมทั้งเพิ่มหน้าเว็บได้ด้วยเองอย่างสบาย

Facebook Ads

✔️ สร้างบทความที่มีคุณภาพ แล้วก็โฆษณาไปยังคนที่พอใจ
ให้เขียนรายละเอียดที่มีคุณประโยชน์ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องหรือเกื้อหนุน Keyword ที่ทำ SEO พร้อมใส่ภาพอธิบายที่เกี่ยวเพื่อหน้าเว็บไซต์มองน่าดึงดูด แล้วก็ถ้าเกิดผู้อื่นมีความเห็นว่ารายละเอียดของเว็บพวกเรามีข้อมูลที่ดี พวกเรายังบางทีก็อาจจะได้รับการอ้างอิงจากเว็บอื่นซึ่งจะก่อให้พวกเราได้ Backlinks ที่มีคุณภาพกลับมา ซึ่งมีผลต่อกระบวนการทำชั้นของเว็บใน SEO ได้อย่างดีเยี่ยม

เมื่อลงบทความในเว็บแล้ว ก็ให้นำบทความไปประชาสัมพันธ์ใน Social Network ด้วยการแชร์ลิงค์ใน Facebook, Twitter, Google+ ฯลฯ เพื่อมีคนเข้ามาอ่าน แม้อยากได้เข้าถึงคนอ่านให้เยอะขึ้น ก็สามารถซื้อประชาสัมพันธ์กับ Facebook ก็ได้ ซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์บบทความที่มีคุณภาพ เพราะว่าสามารถตั้งเป้าหมายได้รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายไม่สูงนัก ผลดีที่ได้รับนอกเหนือจากที่จะช่วยเพิ่มคนเข้ามาอ่านบทความแล้ว ยังเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ผู้อื่นได้ทราบจะแบรนด์หรือเว็บของพวกเราได้ด้วย หรือที่เรียกว่าการทำ “Content Marketing” นั่นเอง

ยิ่งกว่านั้น การที่บทความมีคนเข้ามาอ่าน แล้วก็เว็บมีคนเข้าชม (Traffic) อย่างสม่ำเสมอนั้นสามารถช่วยทำให้เว็บติดอันดับ SEO เร็วขึ้นอีกด้วย หากว่าไม่มี Social Network ก็สามารถลงโปรโมทบนหน้าค้นหา Google Search ผ่าน Google Ads (Google AdWords) ด้วย Keyword ที่เกี่ยวกับบทความก็ได้

(*หมายเหตุ : สามารถมองข้อมูลของผู้เข้าชมเว็บได้จาก Google Analytics)

Title รวมทั้ง Meta Description

✔️ เขียน Title แล้วก็ Meta Description ให้น่าคลิก
Title รวมทั้ง Meta Description เป็นส่วนที่จะแสดงอยู่บนหน้าผลของการค้นหาด้วย Keyword บน Google หรือ Search Engine อื่นๆในส่วนนี้พวกเราสามารถระบุเองได้ (บางโอกาส Google บางทีอาจเลือกเนื้อความในเว็บขึ้นมาแสดงเอง) แนวทางกล้วยๆเป็น การใส่ Keyword ใน Title และก็ Meta Description ให้ตรงหรือใกล้เคียงกับ Keyword ที่ผู้ใช้มักใช้ค้นหา

(*หมายเหตุ : สามารถมอง Keyword แล้วก็จำนวนการค้นหาได้จาก Google AdWords – Keyword Planner)

โดย Title ก็คือชื่อของหน้าเว็บไซต์นั้น ส่วน Meta Descriptionหมายถึงคำชี้แจงโดยรวมหรือสาระสำคัญของหน้าเว็บไซต์นั้น แม้มีเปอร์เซ็นต์การคลิกจากหน้าผลของการค้นหาสูง ซึ่งเรียกว่า CTR (Click Through Rate คำนวณจากปริมาณคลิก ÷ ปริมาณการแสดงผล) ก็ได้โอกาสที่หน้าเว็บไซต์จะทำชั้นได้ดีมากว่าเว็บไซต์ที่มีค่า CTR ต่ำ เพราะเหตุว่าแปลว่าเว็บมีความน่าดึงดูดใจมากยิ่งกว่า

(*หมายเหตุ : สามารถมองค่า CTR แต่ละ Keyword ได้จาก Google Search Console)

Mobile-friendly Test

✔️ เขียนเว็บไซต์ให้รองรับการใช้แรงงานบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Mobile-friendly)
เว็บในแต่ก่อนทำมารองรับเฉพาะการใช้แรงงานบนคอมพิวเตอร์ (Desktop) แม้กระนั้นปัจจุบันนี้มีผู้ใช้งานเว็บผ่านทางโทรคำศัพท์โทรศัพท์มือถือ (Mobile) ไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งรูปทรงของหน้าเว็บที่แสดงบนทั้งคู่เครื่องไม้เครื่องมือนั้นมีความไม่เหมือนกันอย่างสิ้นเชิง เมื่อเปิดเว็บผ่านมือถือก็จำเป็นที่จะต้องรอเลื่อนไปๆมาๆและก็จำเป็นต้องรอซูมเข้าซูมออกเพื่ออ่านข้อมูล บางบุคคลบางครั้งอาจจะไม่สนใจมองเว็บรวมทั้งแปรไปเข้าเว็บอื่นที่อ่านข้อมูลง่ายดายยิ่งกว่าก็ได้

แม้เว็บของคุณยังไม่เป็นแบบ “Mobile-friendly” ก็ถึงเวลาแล้วที่ควรเขียนเว็บไซต์ใหม่ ด้วยเหตุว่า Google นั้นใช้ Mobile-friendly เป็นสาเหตุสำหรับในการจัดลำดับเว็บใน SEO อีกด้วย ซึ่งต้นแบบเว็บไซต์ที่ชี้แนะนั้นเป็น”Responsive Web Design” เป็นแนวทางการเขียนเว็บไซต์ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงขนาดของเว็บให้เหมาะสมสบกับการแสดงผลบนจอขนาดต่างๆได้ใน URL เดียวกัน

รายละเอียดต่างๆนอกเหนือจากนี้ : Responsive Web Design เป็นยังไง?

(*หมายเหตุ : สามารถตรวจทานว่าหน้าเว็บไซต์เป็นแบบ Mobile-friendly ถึงที่กะไว้ Google Mobile-friendly Test)

Web Structure

✔️ จัดเว็บให้เป็นระบบ ใช้งานง่าย เป็นมิตรกับผู้ใช้ (User-friendly)
ควรจะแบ่งประเภทในเว็บให้เป็นระบบ มีหน้าหลักซึ่งครอบคลุมรายละเอียดของทั้งยังเว็บ มีพวกย่อยรองรับใน Folder ต่อไป อาทิเช่น หน้าหลัก > หน้าผลิตภัณฑ์รวม > หน้าผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้น ในแต่ละหน้าเว็บไซต์ต้องมีข้อมูลที่จุดโฟกัสหัวข้อสำคัญหรือ Keyword ที่จะทำ SEO เกิดเรื่องๆไป ซึ่งระบุโดย H1 tag แล้วก็แบ่งหัวข้อรองด้วย H2 tag (ถ้าหากมีหัวข้อย่อยอีก สามารถใช้ H3-H6 Tag)

ยิ่งกว่านั้น ยังจะต้องมีกระบวนการทำลิงค์เชื่อมโยงไปยังหน้าอื่นๆเพื่อที่ให้คนที่พึงพอใจกดมองข้อมูลต่อได้ ไม่ว่าจะได้แก่การใช้ Menu, Breadcrumb, Footer, ลิงค์บทความหน้าที่เกี่ยวโยง เพียรพยายามสร้างรายละเอียดที่เย้ายวนใจให้ผู้ใช้อยู่บนหน้าเว็บไซต์นานๆ(Avg. Time on Page) รวมทั้งอย่าให้ผู้ใช้กดเข้าเว็บไซต์มาแล้วออกมาจากหน้าเว็บไซต์นั้นไปในทันที (Bounce Rate) ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อวิธีการทำ SEO เพราะว่ามีความหมายว่าเว็บไซต์ไร้คุณภาพ

You may also like...